หลังจากที่ไปสืบแนวข้อสอบเก่าๆ มา ก็จะพบว่าในแต่ละปีข้อสอบอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งที่เหมือนเดิมก็คือ ยังมี 3 พาร์ท ดังนี้
พาร์ทที่ 1 วัดไอคิว ถ้าเทียบทั้งหมด พาร์ทนี้ถือว่ายากที่สุด ผิดก็คือผิด และยังต้องแข่งกับเวลา เพราะมีถึง 50 ข้อ(ช้อยส์ 5 ตัวเลือก) ในเวลา 75 นาที ในพาร์ทนี้จะวัดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การคิดเร็ว ซึ่งในแต่ละปีข้อสอบจะเน้นไม่เหมือนกัน บางปีเน้นรูปภาพเยอะ แต่อย่างปีที่แล้วเน้นข้อสอบตัวเลข ให้คิดเลขแบบถึกๆ
กำจัดจุดอ่อนพาร์ทนี้ เน้นเรื่องเวลาอย่างเดียว แบ่งเวลาให้ดี อย่าใช้เวลาในการคำนวณมาก ต้องอ่านให้เร็วและคิดให้เร็ว ข้อยากให้ข้ามไปก่อน บางทีต้องใช้เซ้นส์ร่วมด้วย คนเก่งของพาร์ทนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคิดถูก แต่ขึ้นอยู่กับความไวล้วนๆ และก่อนหมดเวลาซักสองสามนาที ถ้ายังเหลืออีกเยอะให้รีบฝนมั่วไปเลย อย่ามัวไปเสียดายไม่อยากมั่ว เพราะสิ่งที่เรามั่ว อาจจะถูกก็ได้ ดีกว่าหมดเวลาแล้วตอบไม่ครบนะ
พาร์ทที่ 2 วัดจริยธรรม ถ้าเทียบทั้งหมด พาร์ทนี้ถือว่ามึนที่สุด เพราะดูๆ ไปมันก็ถูกหมดทุกข้อ โดยโจทย์จะให้สถานการณ์มา แล้วเราก็ต้องวิเคราะห์จากสถานการณ์นั้นว่าจะเลือกอะไรให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะมีทั้งสถานการณ์ทั่วไป เรื่องศีลธรรม และเรื่องที่ให้เราสมมติว่าเราเป็นหมอ จริงๆ แล้วทุกข้อมีคะแนน แต่ต้องเรียงลำดับความสำคัญให้ถูก และเล็งว่าอันไหนเหมาะสมที่สุด ความมึนทำให้มีนพาร์ทนี้ เมื่อปีที่แล้ว อยู่แค่ 45% เท่านั้น
กำจัดจุดอ่อนพาร์ทนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นพาร์ทศีลธรรม เราก็ต้องสวมบทให้เป็นคนมีคุณธรรมหน่อย แต่ว่าการมีคุณธรรมที่ว่าไม่ต้องถึงขั้นพระเอกนางเองจนน่าหมันไส้ เพราะบางทีคำตอบแบบคนดี๊คนดีก็ผิดได้เหมือนกัน เนื่องจากดูฝืนธรรมชาติเกินไป เอาไว้หลอกเด็ก ทั้งนี้คำตอบที่ดีจะต้องคำนึงถึงกฎหมาย
จรรยาบรรณวิชาชีพของตนเองเป็นหลัก ไม่ดีเกินไป ไม่เลวเกินไป จึงจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด พาร์ทนี้เพื่อให้มั่นใจลองหาแนวข้อสอบมาทำ หาแบบที่มีเฉลยอธิบายไว้ด้วย ค่อยๆ เก็บวิธีการคิดไปค่ะ
พาร์ทที่ 3 เชื่อมโยง ถ้าเทียบทั้งหมด พาร์ทนี้ถือว่าง่ายสุด เพราะรู้จักและสอบกันมาแล้วในวิชา GAT เรียกว่าทำแบบฝึกหัดกันสนั่นลั่นกรุงทีเดียว หลายคนกระซิบบอกว่าง่ายกว่าข้อสอบ GAT ด้วยซ้ำ ดังนั้นพาร์ทนี้ถือว่าชิว ค่ามีนสูงมาก
กำจัดจุดอ่อนพาร์ทนี้ ทำเยอะๆ แล้วจะคล่องเอง เพราะเหมือน GAT เป๊ะ มาโกยคะแนนกันเถอะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น