วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

ค้นหาตนเองแบบฉบับ Oxford

 


3 ขั้นตอนค้นหาตนเองแบบฉบับ Oxford


การวิเคราะห์ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอาชีพอะไรเป็นเรื่องสำคัญนะ แต่บางทีคนเราก็งงๆ ว่าชอบอะไรจริงหรือไม่ อาจเป็นเพราะยุคสมัยนี้ไม่ใช่ยุคหยาดเหงื่อแรงกายที่เด็กๆ จะทุ่มเททำอะไรร่วมกันอย่างมีความมุ่งมั่น และค้นพบอนาคตหรือเรื่องราวเป็นประสบการณ์ให้ชีวิต ก็เดี๋ยวนี้เป็นยุคไฮเทค อยากรู้อะไรก็แค่คลิกเดียว แต่ถามว่าในความเป็นจริงแล้ว "รู้" ที่ว่านี้เป็น "ประสบการณ์จริง" ของเราหรือไม่ ถ้าเรารู้ว่าเราชอบสำรวจโบราณวัตถุ อยากเป็นนักโบราณคดี แต่ที่เราแค่สัมผัสเป็นแค่เกมหาของโบราณในคอมพิวเตอร์ จะเชื่อได้จริงหรือไม่ว่าเรา "ชอบและอยากเป็น" จริงๆ

ค้นหาตนเองแบบฉบับ Oxford



ในต่างประเทศเขามีคู่มือการศึกษาต่อของแต่ละมหาวิทยาลัยที่จัดทำอย่างเป็นล่ำเป็นสันมีหน่วยงานแนะแนว คอยแนะนำทั้งกิจกรรม และงานต่างๆ เพื่อการเรียนและทำงานที่จริงจัง ที่สำคัญจัดทำเป็นมีคู่มือและคำแนะนำที่เปิดกว้าง ผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าถึงข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ พี่เกียรติเลยไปเจอคำแนะนำเรื่องการค้นหาตนเองและการเลือกเรียน จากคูมือการวางแผนอาชีพของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (THE 2012 OXFORD GUIDE TO CAREER PLANNING)เลยได้นำมาสรุปบางส่วนมาให้อ่าน อาจไม่ตรงกับคำแนะนำตามคู่มือเขาทั้งหมดนะครับ เราเรียนรู้จากที่อื่นๆ ได้ แต่ก็ต้องรู้จักการนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับเราได้ด้วยจ้า

1)Knowing yourself
รู้จักตนเอง

- ต้องรู้ว่าแรงจูงใจของตัวเองคืออะไร สิ่งที่ชอบคืออะไร ชอบทำอะไร อะไรเป็นแรงผลักดันให้ตัวเราเลือกที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อพัฒนาตนเอง หรือชีวิตในอนาคตข้างหน้า

- ต้องรู้ว่า อะไรคือความสามารถของเรา ทักษะของเรา หรือคุณสมบัติที่เรามี

ประเด็นนี้เรื่องสำคัญที่สุด (และยากที่จะรู้ให้จริงที่สุดด้วยแฮะ) การที่ตัวเรารู้ว่าตัวว่าถนัดหรือมีทักษะในการงานอะไร มันทำให้เราสามารถเลือกอาชีพที่จะทำได้จริงในอนาคต คิดให้จงหนักว่าคุณสมบัติมีคืออะไร และจะพัฒนาทักษะนั้นๆ ต่อไปอย่างไร มีกิจกรรมอะไรหรือประสบการณ์พิเศษอะไรที่ทำบ้างไหม เช่นเรียนดนตรีไทย เป็นหัวหน้าวงดนตรี ฯลฯ ให้จำไว้ว่าวิ่งที่ถนัดหรือสนใจ แม้จะยังไม่ชำนาญนัก หรืออาจยังมีคุณสมบัติไม่ครบ เราก็สามารถมาเติมมันให้กลายเป็นคุณสมบัติเฉพาะพิเศษของเราได้ในการศึกษาระดับต่อไป ซึ่งก็คือการเลือกเรียนในระดับเฉพาะทางขึ้นไป อย่างสายอาชีวะ หรือระดับมหาวิทยาลัย แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองมีทักษะด้านไหน ลองพิจารณาถึงกิจกรรมพิเศษหรือประสบการณ์อะไรที่เราเคยประสบการณ์แล้วทำได้ดีดูครับ

ไม่ใช่แค่เรื่องความถนัดและทักษะเท่านั้นที่สำคัญ เรื่องความสุขและสนุกกับการทำงานก็สำคัญ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ให้ลองคิดว่าสิ่งที่สนใจนั้น มีแนวโน้มจะไปกันได้กับอาชีพอะไร และก็ให้ทำสิ่งนั้นในเวลาว่างบ่อยๆด้วยครับ

2)Exploring options
ออกค้นหาข้อมูล

ใช้เวลาในการหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ถ้าเราให้เวลาและตั้งใจวิเคราะห์ตัวตนเราก็น่าจะพบงานที่เราพึงพอใจ ทั้งนี้ก็เริ่มจากการวิเคราะห์สิ่งที่ตัวเองรับรู้อยู่แล้ว หรือดูจากความฝันก่อนก็ได้ ทุกคนน่าจะมีความคิดเกี่ยวกับอาชีพในอนาคตบ้างสักอย่างแหละ ก็ให้ดูว่าอาชีพที่ว่าพอจะไปกันได้กับทักษะ ความถนัด และความสนใจของเราไหม (โดยปกติคนเราจะวาดฝันที่ไปกับอาชีพที่ตัวเองจะพึงพอใจอยู่แล้วล่ะ)

ให้มองต่อไปข้างหน้าเลยว่า อาชีพที่ว่านั้นต้องทำงานที่บริษัทไหน หรือบริษัทที่เราอยากทำงานด้วย มีตำแหน่งงานที่เราสนใจหรือไม่

- ต้องรู้ว่าอาชีพที่อยากจะทำ มันคือตำแหน่งงานอะไร มีชื่อภาษาไทย/ภาษาอังกฤษอะไรบ้าง

จะได้ไลือกเรียนในคณะที่ถูกต้องตามคุณสมบัติของตำแหน่งงานนั้น และสมัครถูกงาน แล้วให้ศึกษาข้อมูลของอาชีพนั้นๆ ให้ดี เป็นไปได้หาข้อมูลให้รู้ไปเลยว่าในตำแหน่งเดียวกันนี้ของแต่ละบริษัททำงานต่างกันมากน้อยเพียงใด หรือบางทีเราอาจชอบงาน แต่ไม่ชอบสิ่งแวดล้อมก็ได้ มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับอาชีพต่างๆสามารถสืบค้นข้อมูลได้เองจากหนังสือประสบการณ์อาชีพต่างๆ และจากอินเทอร์เน็ต


แต่เราต้องให้เวลากับตัวเองในการหาข้อมูลเหล่านี้นะ

อย่าคิดว่าให้ใกล้ๆ เรียนจบ แล้วค่อยหาเวลามาวิเคราะห์ตัวเองล่ะ ไม่ทันจริงๆ นะ

3)Taking action
ลงมือทำ!

เรารู้วิธีคิดและเตรียมการไปตั้งหลายข้อแล้ว แต่แค่รู้จะไม่เกิดผลเลย ถ้าไม่ลงมือทำ แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้แน่ใจว่า เราได้วิเคราะห์ตัวเองดีแล้ว เจอแล้วว่าตัวเราน่าจะเรียนอะไร ทำอาชีพอะไรต่อไป

- แล้วอย่าลืมคิดไปด้วยว่า มันอาจจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ที่เราจะเลือกเรียนแบบนี้ เช่น พ่อแม่ไม่น่าจะชอบ เราอาจเรียนไม่ไหวหรือเปล่า เรามีคุณสมบัติเพียงพอจริงหรือไม่ที่จะทำอาชีพนั้นๆ เช่นอยากเป็นหมอมาตลอดชีวิต ตั้งใจเตรียมตัวมาตลอด สอบก็ได้แล้วด้วย แต่ตรวจร่างกายไม่ผ่าน เลยไม่ได้เรียน เพราะตลอดชีวิตมา ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองตาบอดสี เป็นต้น

กรณีแบบนี้ก็ต้องคิดถึงกันไว้ เดี๋ยวจะมาเสียใจกันตอนหลังค่ะ แน่นอนว่าคิดถึงปัญหาแล้ว ก็ต้องคิดถึงทางแก้ด้วยนะ ถ้าพ่อแม่ห้ามจะไปพูดอย่างไร เตี้ยไปที่จะทำงานนั้น เดี๋ยวต้องไปดื่มนมให้สูง ออกกำลังกายให้พอ เป็นต้น

ถ้าคิด วิเคราะห์ มองปัญหา พอจะหาทางแก้ได้เรียนร้อยแล้ว ก็ลงมือทำซะ!

การที่เราลงมือทำอะไรจริงๆ ไม่มัวแต่วาดฝัน หรือคิดไปเองว่าน่าจะชอบสิ่งโน้น น่าจะชอบสิ่งนี้ จะทำให้เราตัดสินใจได้ง่าย และค้นพบว่าเราชอบอะไรได้จริงมากกว่าครับ ดังนั้น ถ้ามีโอกาสจะทำอะไร ให้ทำเสียเลยนะ จะกิจกรรมนอกในโรงเรียน อยากไปแข่งวิชาการนอกโรงเรียน ครูอาจไม่ได้เลือกเราไป เพราะเราเป็นพวกนอกสายตา แต่ถ้ารู้ว่าเรามีคุณสมบัติหรือมีความรู้เรื่องนั้น เราก็เสนอตัวเองซะ ถ้ามัวกลัว และไม่ทำ จะไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเราทำอะไรได้บ้างนะ!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น