วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

เราเหมาะกับวิศวะไหม

คนแบบไหนเหมาะจะเรียนวิศวะ?

การเรียนวิศวะใช้คณิตศาสตร์ค่อนข้างเยอะ นักเรียนที่เหมาะกับการเรียนวิศวะ
  1. ต้องมีความสามารถทางการคำนวณ
  2. มีความรู้ค่อนข้างดีทางด้านวิชาฟิสิกส์ เคมี อนาคตอาจมีวิชาชีวเพิ่มเข้ามาด้วย นั่นคือต้องรักในวิชาวิทยาศาตร์
  3. ตำราเรียนส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นต้องอ่านภาษาอังกฤษได้
  4. ต้องชอบเรื่องใหม่ๆ เพราะศาสตร์ทางวิศวกรรมเป็นเรื่องของการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ
  5. มีทัศนคติในเรื่องของการแก้ปัญหา

จะรู้ได้ไงว่าเหมาะกับเรา?

ดูจากการเรียนของเรา เช่น วิชาเลข ฟิสิกส์ เคมีเป็นอย่างไร ถ้าคะแนนไม่ค่อยดีแม้ว่าจะตั้งใจแล้วแสดงว่าเราอาจจะไม่ค่อยมีความถนัดทางด้านวิศวะนัก แต่ถ้าเราชอบเรียนวิชาพวกนี้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราอาจจะชอบวิศวะซะทีเดียว เพราะมีวิชาอื่นอีก ก็ลองดูว่าเราเคยไปอ่านหนังสือทางด้านวิศวะหรือว่าเคยเห็นพวกรุ่นพี่หรือญาติพี่น้องที่เค้าทำด้านวิศวะแล้วรู้สึกชอบบ้างมั้ย ปัจจุบันข้อมูลใน internet ก็มีเยอะมาก เราสามารถไปค้นดูได้ว่าวิศวะแต่ละด้าน มีลักษณะการทำงานเป็นอย่างไร ถ้ารู้สึกชอบตรงใจ เป็นสิ่งที่อยากจะทำในอนาคต ก็แสดงว่าตัวเราน่าจะมีความเหมาะสมในการทำงานทางด้านวิศวะ

พ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ญาติๆ อยากให้เรียนหมอ ทำไงดี?

ในกรณีที่ยังค้นพบตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ ให้ดูไปเรื่อยๆ ถ้ายังมีเวลาอาจจะขอคำปรึกษาจากครูแนะแนวหรือค้นจาก internet คือดูให้แน่ใจอีกทีว่า สิ่งที่เราชอบจริงๆ ตรงกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ชอบหรือเปล่า ถ้าหากเราไม่รู้จริงๆ เช่น เราอาจะถนัดทุกเรื่อง ก็ทำตามคุณพ่อคุณแม่ไว้ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย แต่ถ้าเราคิดว่ายังไม่แน่ใจว่าเราจะชอบตามที่คุณพ่อคุณแม่แนะนำ ก็อย่างเพิ่งรีบร้อน ค่อยๆ ถามตัวเอง ค่อยๆ สังเกต สิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สักวันนึงคำตอบจะปรากฎขึ้นมาเอง

อยากเรียนวิศวะมากๆ ทำยังไง ในเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่เห็นด้วย?

ต้องค่อยๆ อธิบายให้ผู้ปกครองทราบว่าตัวเรามีความต้องการความอยากที่จะเรียนวิศวะจริงๆ ในกรณีผู้ชายอาจจะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่ผู้หญิงพ่อแม่อาจจะกลัวว่าจะต้องทำงานหนัก หรืออยากให้รับกิจการทางบ้านแทน นั่นคืออยากให้เราเรียนทางด้านอื่น แต่ถ้าเราชอบวิศวะจริงๆ เราก็สามารถพูดกับท่านได้ว่าอาจจะขอเรียน จบปริญญาตรีวิศวะก่อน แล้วค่อยมาต่อปริญญาโททางด้านบริหาร ซึ่งหลายๆ ครอบครัวก็เป็นแบบนี้ เพราะการเรียนวิศวะจะทำให้เรามีพื้นฐานทางด้านการคำนวณ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลที่ดี ซึ่งจะทำให้เราได้เปรียบอย่างมาก ดังนั้นก็อธิบายให้ท่านเข้าใจ หรือทำให้ท่านเห็นว่าวิศวะที่เราเรียนมีความสำคัญหรือจะเป็นประโยชน์อย่างไรให้ท่านฟัง

ด็กหลายๆ คนเลือกตามเพื่อน อาจารย์เห็นว่าอย่างไรครับ?

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยที่เลือกเรียนตามเพื่อน เพราะต้องถามเลยว่าเป็นอนาคตของเราหรืออนาคตของเพื่อน ถ้าโชคดีคือกรณีที่เราสนใจสิ่งเดียวกับที่เพื่อนเรียนอันนี้ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าเราเรียนไปแล้วปรากฏว่าเราไม่ชอบเลย ก็จะทำให้เราเรียนด้วยความทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องถามตัวเองว่าเราชอบในสิ่งนั้นจริงๆ หรือเปล่า อย่าเรียนตามเพื่อน เพราะคงไม่มีเพื่อนคนไหนที่จะอยู่กับเราตลอดไป ถ้าเราลองคิดในแง่ใหม่ เราไม่เรียนตามเพื่อน แต่เรียนเพราะตามใจเรา จะทำให้เรารู้จักเพื่อนใหม่อีกหลายคน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือว่า…ถ้าเรารู้ตัวเราเองว่าเราชอบอะไรก็ควรจะเรียนตามตวามต้องการของเราดีที่สุด ต้องนึกอยู่เสมอว่านี่คืออนาคตของเรา เราเรียนเพื่ออนาคตของเราไม่ใช่อนาคตของเพื่อน และอีกอย่างถึงแม้เพื่อนจะเรียนต่างคณะต่างมหาวิทยาลัยกับเรา เราก็ยังสามารถคบหาติดต่อสมาคมกันได้

ถ้าไม่ชอบ(ไม่ว่าปัจจุบันจะเรียนคณะอะไร) “ซิ่ว” ดีมั้ย หรือเรียนให้จบ?

ส่วนตัวแล้วเห็นว่า ถ้าเราเรียนไปปีสองปี ให้รีบออกแล้วรีบมา Admission ใหม่จะดีที่สุด เพราะว่าเราจะเสียเวลาเพียงแค่สองปีเท่านั้นเอง แต่ถ้าเราฝืนใจเรียนต่อไป ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ชอบ ก็เท่ากับว่าเราต้องเสียเวลาเรียนสี่ปีและจบออกมาทำงาน ก็จะทำงานสาขาที่เราไม่ชอบอีก เพราะฉะนั้นการที่เราเรียนไปสองปีหรือสามปีก็ตาม แล้วเราไม่ชอบ แล้วมาสมัครมหาวิทยาลัยใหม่ อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องการเสียเวลา แต่คิดซะว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ชีวิต เพราะชีวิตของเรายังอีกยาวไกล การที่เราผ่านไปแล้วสองสามปีแล้วมาเอ็นท์ (Admission) ใหม่ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ จริงๆ ต้องถือว่าโชคดีด้วยซ้ำที่เรารู้จักตัวเราเอง ว่าในที่สุด…รู้ในสิ่งที่ตัวเราชอบหรือไม่ชอบ เปรียบเหมือนเราขับรถแล้วรู้ว่าผิดทาง ถามตัวเองว่า เรายังจะขับมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ หรือเปล่า? หรือจะย้อนกลับมาเพื่อไปเส้นทางใหม่

ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรดี?

สาเหตุที่เราลังเลเพราะเรายังไม่รู้ว่าตัวเราเองชอบอะไร ลองหยิบกระดาษมาแผ่นนึง แล้วลองนั่งเขียนว่าเราชอบอะไรบ้าง เช่น เราชอบวิชาไหน ชอบเพราะอะไร ด้านภาษา ด้านการคำนวณ จากนั้นก็มาดูว่ากิจกรรมอันไหนที่เราชอบ เช่น เราอาจจะชอบอ่านหนังสือนั่นอาจจะเป็นไปได้ที่เรามีความถนัดทางด้านภาษา หรือชอบเล่นเกมส์ก็อาจจะมาเป็นโปรแกรมเมอร์เขียนเกมส์ หรือชอบการซ่อมแซมสิ่งประดิษฐ์ หรือการลงทุน การเงิน ก็คือให้ลองเขียนสิ่งที่เราชอบออกมา อย่างน้อยก็จะทำให้เรารู้ว่า เรามีความชอบหรือความถนัดทางด้านไหน อีกทางคือลองปรึกษาจากรุ่นพี่หรือคนที่เรารู้จัก ค้นข้อมูลทาง internet ไปดูตามงานที่คณะจัดงาน ลองดูหลายๆ แห่ง ยังไม่ต้องรีบร้อนตัดสินใจ เพราะส่วนใหญ่จะรีบร้อนตัดสินใจเพราะกลัวว่า เรามัวลังเล? แต่ผมเห็นว่าการลังเลไม่ใช่เป็นเรื่องผิดพลาด แต่เพียงเพราะเรายังไม่แน่ใจ ก็เก็บข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน แล้วก็ถามตัวเองทุกวัน ถามใจตัวเองทุกวัน ว่าฉันชอบอะไร? แล้วตัวเราเองก็จะเป็นผุ้ให้คำตอบที่ดีที่สุด อาจจะอาทิตย์นึง เดือนนึง หรือมากเท่าไรก็ตาม แต่คำตอบที่ปรากฏขึ้นมาในใจเราจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

credit www.clipvidva.com/videos/engineer/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น